THE NEW ART ATTACK!

ยอมรับเถอะว่าทุกวันนี้โลกยุคดิจิตอลถูกขับเคลื่อนด้วยกลุ่มคน GEN ME อย่างเราที่มาพร้อมกับพฤติกรรม FOMO (Fear of Missing Out) ของเหล่า digital savvy ทั้งหลายซึ่งคลั่งไคล้ความรวดเร็วภายใต้ความท้าทายที่ว่าใครมีก่อนแชร์ก่อนคือผู้ชนะ จึงทำให้ทุกวงการต้องปรับตัวตามแม้แต่โลกของไฮแฟชั่นที่ต้องผันแปลความหรูหราเอ็กซ์คลูซีฟมาสู่คอลเล็กชั่นแบบ see now, buy now ให้ลูกค้าคลิกซื้อได้ทันทีจากรันเวย์โดยไม่ต้องรอถึง 6 เดือนกว่าจะเข้ามาขายที่ร้าน ไม่เพียงเท่านั้นวงการศิลปะที่ดูเหมือนว่าจะเป็นวงการที่อินดี้ที่สุดก็ยังเปลี่ยนแนวคิดการนำเสนอมาสู่ศิลปะยุคใหม่ที่เรียกกันว่า Post-Internet Art และนี่แหละคืองานศิลป์ที่พวกเราไม่เสพไม่ได้

  •        Artie Vierkant, Image Objects, 2011 
  •        Oliver Laric, Relief (Utrencht), 2011
  •        Harm van den Dorpel, Assemblage (Shell) – Digital print on hand cut synthetic glass, Spray paint (95 x 95 x 100 cm), 2014

 

แล้ว Post-Internet Art คืออะไรหล่ะ? บรีฟแบบเข้าใจง่ายสุดตามสไตล์วัยเรา... มันคือ art movement ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากยุค Net Art ในช่วงต้นปี 2000s เป็นการมิกซ์มีเดียสำหรับนำเสนอผลงานที่ผสมผสานทั้งการสร้างงานศิลปะบนโลกออนไลน์แบบ URL มาสู่ชิ้นงานจริงแบบ IRL (In Real Life) เพื่อโชว์ให้คนได้มาสัมผัสของจริงกับตาในแกลเลอรี แต่ความคูลที่แฝงอยู่ในงาน Post-Internet Art มันมีมากกว่านั้น สิ่งที่สำคัญที่ศิลปินต้องตีโจทย์ออกมานอกจากความหมายแฝงที่จิกกัดโลกดิจิตอลกับโลกแห่งความเป็นจริง ยังต้องสร้าง visual ที่โดดเด่นเตะตาคน GEN ME ทำไมหน่ะเหรอ… ก็เพราะรูปถ่ายที่ถูกโพส แชร์ ไลค์ มันคือไวรัลที่ช่วยเพิ่มความเจ๋งให้กับผลงานยังไงหล่ะ ยอด view ที่มากเป็นโลกอินเตอร์เน็ตจะยิ่งช่วยกระตุ้นยอด visit แกลเลอรีให้มากขึ้นตามไปด้วย Post-Internet Art จึงเป็นศิลปะรูปแบบใหม่ที่สร้างจากคัลเจอร์ของคน GEN ME อย่างแท้จริง

ไอเดียจาก Post-Internet Art นี้เองคือสิ่งที่ matter makers หยิบมาเป็นใช้ในการออกแบบเสื้อผ้าแต่ละคอลเลกชั่นด้วยการมิกซ์แอนด์แม็ทช์กันอย่างไร้กฎเกณฑ์เปิดรับวัฒนธรรมทุกรูปแบบทั้งเก่าใหม่ ตั้งแต่ลายเส้นพู่กันสไตล์ Picasso ไปจนถึงการหยิบเอา Noise แบบดิจิตอลมาผสมเข้าด้วยกัน เพื่อให้ตอบโจทย์การสร้างตัวตนที่เป็นตัวของตัวเองได้มากที่สุด เพราะแม้ว่าเราจะเป็นคน Gen Me ที่ไม่ยอมหลุดกระแสในโลกดิจิตอลก็ตาม แต่เราก็ฉลาดพอที่จะสร้างตัวตนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ใครก็เลียนแบบเราไม่ได้หรอก อ่ะ...ว่าแล้วก็คว้าเอาสเวตเตอร์ ลาย “matter makers” ที่ แมทช์กับกางเกงยีนส์ทรงแบกกี้สักตัว หรือจะคลุมทับด้วย Bomber Jacket สองสีที่ดีไซน์เป็นพิเศษให้สามารถกลับมาใส่เป็นแจ็กเก็ตลายคลิวท์สีชมพูพาสเทล แบบนี้ก็ไม่ติด...!

SHOP THE LOOK